health news

ครอบครัวอบอุ่นถึงเวลายกเป็นวาระแห่งชาติ

“3.1.1. เพื่อวางรากฐานให้คนไทยเป็น คนที่สมบูรณ์ มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย ค่านิยมที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น ตลอดจนเป็นคนเก่งที่มีทักษะความรู้ความสามารถและพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต” ความตอนหนึ่งจากเอกสาร สรุปสาระสำคัญ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 -2564)

จัดทำโดย “สภาพัฒน์” สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งปรากฏคำว่า “ครอบครัว” อยู่ในแผนด้วย สะท้อนถึงความสำคัญของครอบครัวต่อของการเติบโตอย่างมีคุณภาพของมนุษย์ ที่เวทีเสวนาเรื่อง “ครอบครัวไทย ทิศทางไปทางไหน ใครมีส่วนช่วย” ซึ่งจัดโดย สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ รร.รามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต ย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ รศ.อภิญญา เวชยชัย นายกสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ กล่าวถึงข้อค้นพบจากการศึกษา สภาพของครอบครัวไทยไว้ว่า แม้ครอบครัวไทยค่อนข้าง มีความสามารถพึ่งพาตนเองได้ดีและมีชุมชนเป็น แรงสนับสนุน แต่การขับเคลื่อนงานด้านครอบครัวนั้น พบว่ายังทำกันจำกัดในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เท่านั้น
รศ.อภิญญา ย้ำว่า “หากจะให้ได้ผลอย่างกว้างขวาง รัฐบาลส่วนกลางต้องให้ความสำคัญ” ทว่าที่ผ่านมา “รัฐบาลส่วนกลางมีนโยบาย แต่ขาด กลไกที่ทำให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง” นอกจากนี้ เรื่องของครอบครัวเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น จึงต้องทำให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน
“ฐานข้อมูลครอบครัวไทยยังไม่มีเจ้าภาพจัดเก็บอย่างเหมาะสม แต่สิ่งที่ได้พบคือสถิติเชิงแนวโน้มมากกว่า ว่าสถานการณ์แบบนี้ชี้ให้เห็นว่า ครอบครัวกำลังเผชิญภาวะไม่มั่นคงอย่างไรบ้าง ไม่ว่า จะเป็นการที่หัวหน้าครอบครัวไม่ค่อยอยู่เพราะต้องเดินทางออกไปทำงาน สิ่งที่ตามมาคือต้อง ทิ้งลูกเอาไว้กับปู่ย่าตายาย แล้วการให้ปู่ย่าตายายดูแลมันก็จะมีช่องว่างเยอะ จากฐานความเข้าใจ ความรู้ในวัยที่แตกต่างกัน ตามพฤติกรรมลูกหลาน ไม่เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป” รศ.อภิญญา ระบุ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth